Leave Your Message
หมวดข่าว
ข่าวเด่น
0102030405

ปัญหาทั่วไปในการใช้งานเมมเบรนรีเวิร์สออสโมซิส (ตอนที่ 2)

2024-10-29
  1. ระดับ TDS สูง

ระดับของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำ (TDS) ที่สูงบ่งชี้ว่าเมมเบรนไม่สามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเกิดจากเมมเบรนอุดตัน ตะกรัน หรือเมมเบรนเสียหาย การตรวจสอบและบำรุงรักษาเป็นประจำมีความจำเป็นเพื่อให้ระดับ TDS อยู่ในระดับที่ควบคุมได้

 

  1. การเปลี่ยนตัวกรองบ่อยครั้ง

หากจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวกรองบ่อยกว่าปกติ อาจเป็นเพราะคุณภาพน้ำป้อนไม่ดีหรือระบบมีขนาดเล็กเกินไป การบำบัดเบื้องต้นที่เหมาะสมและเลือกขนาดระบบที่เหมาะสมจะช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนตัวกรองได้

 

  1. การเกิดสิ่งมีชีวิตเกาะติด

การเกิดตะกรันในชั้นบรรยากาศเกิดขึ้นเมื่อจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรียและสาหร่ายเติบโตบนพื้นผิวเมมเบรน ซึ่งอาจนำไปสู่การอุดตันและลดประสิทธิภาพ การทำความสะอาดด้วยสารชีวฆ่าอย่างสม่ำเสมอและรักษาสุขอนามัยของน้ำป้อนให้เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันการเกิดตะกรันในชั้นบรรยากาศได้

 

  1. การโจมตีทางเคมี

สารเคมีบางชนิด เช่น คลอรีน อาจทำลายเมมเบรน RO ทำให้ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานลดลง การใช้กระบวนการกำจัดคลอรีน เช่น ตัวกรองคาร์บอนกัมมันต์ ก่อนที่น้ำจะถึงเมมเบรน RO สามารถปกป้องเมมเบรนจากการโจมตีทางเคมีได้

 

  1. การลดแรงดัน

การลดลงของแรงดันอย่างมีนัยสำคัญทั่วเมมเบรนอาจบ่งบอกถึงการอุดตันหรือการเกิดตะกรัน การตรวจสอบความแตกต่างของแรงดันและการบำรุงรักษาตามปกติสามารถช่วยระบุและแก้ไขสาเหตุหลักของการลดลงของแรงดันได้

 

  1. การเสื่อมสภาพของเมมเบรน

เมื่อเวลาผ่านไป เมมเบรน RO จะเสื่อมสภาพและสูญเสียประสิทธิภาพตามธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลให้คุณภาพน้ำลดลงและอัตราการไหลลดลง การเปลี่ยนเมมเบรนตามกำหนดเวลาอย่างสม่ำเสมอถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาประสิทธิภาพของระบบ

 

  1. การเตรียมการล่วงหน้าไม่เพียงพอ

การบำบัดน้ำป้อนที่ไม่เพียงพออาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น ตะกรัน ตะกรันเกาะ และตะกรันจุลินทรีย์ การบำบัดน้ำป้อนที่เหมาะสม เช่น การกรองตะกอน การทำให้น้ำอ่อนตัว และการปรับค่า pH สามารถเพิ่มอายุการใช้งานและประสิทธิภาพของเมมเบรน RO ได้อย่างมาก